การสนทนาออนไลน์ (online chatting)
บริการสนทนาออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต เป็นการสื่อสารผ่านข้อความ เสียง และรูปภาพจาก Webcam โดยมีการโต้ตอบกันอย่างทันทีทันใด (real-time) มีลักษณะเดียวกันกับการสนทนาโดยโทรศัพท์ ต่างกันตรงที่ผู้สนทนาจะสื่อสารผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งข้อความ ภาพ และเสียงให้กันโดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล (อิสริยา ตัณฑะพานิชกุล และธิติมา ทองทับ, 2550)
การสนทนาออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะใช้งาน ข้อดีที่คือการได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ได้แนวความคิดหลากหลาย มองโลกได้กว้างขึ้นโดยที่เป็นการลดช่องว่างด้านเวลา และสถานที่ ทำให้ได้รับรู้ประสบการณ์ของผู้อื่นพร้อมกับเผยแพร่ประสบการณ์ของตัวเองที่ เป็นประโยชน์ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ส่วนข้อเสียเป็นอาการติดสนทนาออนไลน์ไม่สนใจกิจกรรมอื่นนอกจากสนทนาออนไลน์ (โปรแกรมสนทนาออนไลน์, 2551)
รูปแบบการสนทนาออนไลน์ ในปัจจุบันมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มสีสันการสนทนามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ความน่าสนใจ ทำให้เข้ามาสนทนาพูดคุย สามารถแบ่งรูปแบบการสนทนาออนไลน์อย่างกว้าง ๆ ได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกัน คือ Web Chat, Web Board และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ Web Chat เป็นการสนทนาโดยผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มสนทนาแล้วทุกคนที่ติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์นั้นสามารถได้ รับข้อความนั้นได้พร้อม ๆ กัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าห้องสนทนา (chat room) เป็นการเข้าไปคุยกันในเว็บที่จัดให้บริการ เป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้บราวเซอร์ปกติ รูปแบบ และบรรยากาศของห้องคุยก็จะขึ้นอยู่กับผู้สร้างสรรค์เว็บบริการนั้น ๆ ว่าให้ความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งแต่ละห้องจะมีคนพูดคุยพร้อม ๆ กันหลายคน
วิธีการสนทนาแบบนี้เทคนิคสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่นอาศัยโปรแกรมบนแต่ละเครื่องของผู้ใช้ เช่น PIRCH คือ โปรแกรมสนทนาออนไลน์ ที่ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็สามารถเข้าใช้งานได้ แค่เพียงกรอก Nickname เพื่อเป็น Account (บัญชีสิทธิหรือ เวลาในการใช้งานโปรแกรม) เพื่อเข้าสู่ห้องสนทนาของโปรแกรม (ญาณพล ยั่งยืน และศรีดา ตันทะอธิพานิช, 2546) mIRC คือ โปรแกรมสนทนาออนไลน์ รุ่นเก่าสมัยวินโดว์เวอร์ชั่น 3.11 การสนทนาจะต้องติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางที่มักทำงานในระบบ IRC (Internet Relay Chat) ซึ่งเป็นมาตรฐานของอินเทอร์เน็ตมาแต่เดิม หรือบางแบบก็ใช้การทำงานผ่านเซิร์ฟเวอร์มาทำให้เกิด Chat Room บนเว็บเพ็จของผู้ที่เข้าไปใช้บริการ โดยไม่ได้มีการใช้โปรแกรมอยู่บนเครื่องของผู้เล่น เรียกว่า เป็น Web Chat
การสนทนาโดยตรงระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต วิธีนี้ขณะสนทนาจะไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ (แต่ตอนเริ่มต้นจะต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์) เป็นการรับส่งสารแบบทันทีทันใดหรือ Instant Messaging ตัวอย่างเช่น โปรแกรม ICQ, Yahoo Messenger, MSN Messenger ซึ่งรูปแบบนี้โปรแกรมจะออกมาเพื่อใช้งานเฉพาะ มีลูกเล่นที่อำนวยความสะดวก เพิ่มสีสัน เป็นกันเองในการสนทนาแบบเป็นส่วนตัว ข้อดีของการสนทนาแบบนี้ คือ ไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา ถึงจะมีผู้ใช้พร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก เครื่องก็จะไม่ช้า
การสนทนากันโดยใช้โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการคุยโดย เฉพาะ เป็นการสนทนาที่มีเซิร์ฟเวอร์บอกตำแหน่งให้โปรแกรมของผู้สนทนาสามารถติดต่อ สื่อสารถึงกันได้ ตัวอย่างโปรแกรมก็เช่น PIRCH, mIRC, ICQ, MSN เป็นต้น (ณาตยา ฉาบนาค, 2547)
ลักษณะการทำงานของโปรแกรมประเภทนี้ จะเริ่มใช้โดยมีการดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตน พร้อมทั้งลงทะเบียน Register ไว้กับเซิร์ฟเวอร์กลาง โดยจะได้หมายเลขผู้ใช้หรือ UIN (User Identification Number) จากนั้นเมื่อใดที่ผู้ใช้ออนไลน์จะมีโปรแกรมตรวจสอบและมี IP Address ไปให้เซิร์ฟเวอร์ทราบ และถ้าหากใครต้องการติดต่อด้วยก็จะสอบถาม IP Address ได้จากเซิร์ฟเวอร์กลาง จากนั้นก็เป็นการติดต่อกันระหว่างสองเครื่อง โดยไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางอีก ทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกันได้โดยตรง ซึ่งรวดเร็วและทันใจกว่าการสนทนาแบบอื่น (อิสริยา ตัณฑะพานิชกุล และธิติมา ทองทับ, 2550)
Web Board หรือกระดานสนทนาเป็นการฝากข้อความหรือคำถามไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งมักจะเป็นคำถามที่ต้องการข้อมูลที่ลึกกว่าการคุยโต้ตอบกันในทันที การสนทนาแบบนี้มีเวลาในการคิดกลั่นกรองข้อความที่จะโต้ตอบ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ระดมความรู้ ความคิดเห็น และแจ้งหรือประกาศข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีระบบป้องกันข้อความที่ไม่เหมาะสม การลบกระทู้หรือ ข้อความที่ไม่ประสงค์ดี ส่วนผู้ที่โพสท์ส่วนใหญ่ทุกเว็บก็จะให้ลักษณะสมัครสมาชิก แต่ถ้าไม่สมัครสมาชิก ทางเว็บไซต์ก็จะสามารถตรวจสอบข้อความที่โพสท์ ลงไปได้ว่าโพสท์ไปจากที่ไหน โดยทุกครั้งที่พิมพ์ข้อความ จะแสดงหมายเลข IP ปรากฏอยู่บนเว็บโพสท์หรืออาจไม่ปรากฏในเว็บเพจก็จริง แต่ทางเว็บไซต์จะมีข้อมูลบันทึกไว้ การใช้งาน Web Board ก่อให้เกิดทั้งประโยชน์และโทษดังต่อไปนี้
ประโยชน์ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ผู้เกิดปัญหาสามารถปรึกษากลุ่มเพื่อน เมื่อมีผู้เข้ามาพบมาอ่านและอยากใส่ข้อความโต้ตอบก็สามารถพิมพ์ลงไปได้ โดยจะมีการเก็บเอาไว้ภายใต้หัวข้อเดียวกันบนเซิร์ฟเวอร์ในระยะเวลาหนึ่ง
โทษ ของเว็บบอร์ดจะเป็นข้อความที่ให้ร้าย ใส่ร้าย ประสงค์ร้ายกับผู้อื่น หรือสิ่งนั้น ๆ ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อความที่ผู้อื่นโพสท์มา (สุธีร์ นวกุล, 2550)
การสนทนาออนไลน์ในแบบ Web Chat และ Web Board มีการทำงานพื้นฐานแบบเดียวกันนั่นคือ เป็นการสนทนากันโดยผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ไม่ได้ติดต่อกันเองระหว่างเครื่องคู่สนทนา เมื่อคุณพิมพ์ข้อความส่งไป ข้อความนั้นจะถูกส่งไปเก็บยังเซิร์ฟเวอร์กลางและแสดงผลข้อความนั้นส่งกลับมา ในภาพรวมทั้งหมด รวมถึงส่งต่อไปยังเครื่องอื่น ๆ ที่ออนไลน์อยู่กับเซิร์ฟเวอร์นั้นด้วย ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นข้อความต่าง ๆ ที่เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้โปรแกรมบราวเซอร์เป็นตัวช่วยในการดึงและส่งข้อมูล ความรวดเร็วในการโต้ตอบและแสดงผลก็จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการติดต่อกัน ระหว่างเครื่องของผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ จำนวนผู้ที่เข้าติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางในขณะนั้น ๆ ก็มีผลต่อความเร็วในการโต้ตอบ (ศิริพร ปัญญาเมธีกุล, 2548)
ใช่ครับ MSN ก็เปรียบเหมือนเมียหลวง ใช้มานาน แต่นานๆ ใช้ที 555 ซึ่งเราต้องยอมรับว่า เราไม่ค่อยได้เล่น MSN กันแล้ว แต่ก็ไม่วายบางครั้งที่จะต้องเข้าไปออนไลน์บ้าง ไปขุดหาอีเมลเพื่อนบ้าง จนอดขำไม่ได้กับสถานะต่างๆ ที่เพื่อนๆ เคยตั้งไว้สมัยที่ยังเล่นอยู่ ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังบันทึกไว้ แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว
จากการประกาศล่าสุดของ Microsoft นั้น เมียหลวงของเราจะยุติการให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2013 หรืออีกประมาณ 3-4 เดือนข้างหน้านี้ นั่นหมายความว่า Windows Live Messenger 2012 (รุ่นที่ 16) จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ MSN ที่เราเคยใช้ ก่อนจะถูกผนวกรวมเข้าไปใน Skype เพื่อเป็นโปรแกรมสำหรับการสนทนาออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบโปรแกรมเดียวของ Microsoft
เหตุผลที่ Windows Live Messenger หยุดพัฒนา
เหตุผลหลักๆ ที่ MSN ยุติการพัฒนานั้นคงจะหนีไม่พ้นความทับซ้อนของความสามารถในโปรแกรม 2 โปรแกรมระหว่าง MSN กับ Skype ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Microsoft ทั้งคู่ และในขณะที่ MSN ได้รับความนิยมลดลงจากหลายๆ สาเหตุนั้น Skype กลับได้รับความนิยมสูงขึ้นจากความสามารถและการรองรับอุปกรณ์รอบตัว จนอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Skype เป็นโปรแกรมที่ Microsoft หยิบมาใช้เป็นโปรแกรมหลักในการสนทนาออนไลน์เพียงตัวเดียว ด้วยความสามารถที่มากกว่า ทั้งรองรับการสนทนาแบบ VoIPเต็มรูปแบบ, การสนทนาแบบเห็นหน้า และมีแอปพลิเคชั่นอยู่บนระบบปฏิบัติการแทบทุกตัวตั้งแต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยันสมาร์ทโฟน Microsoft จึงเลือกที่จะผลักดัน Skype ออกมาอย่างเดียว
Skype เวอร์ชั่นใหม่ที่รองรับการลงชื่อเข้าใช้โดยใช้ Windows Live หรือ Hotmail ID ที่เคยใช้อยู่ใน MSN
ผลที่ได้น่ะหรือ? คือการรวมลูกค้าเป็นก้อนเดียวเพื่อดูว่าโปรแกรมนี้ยิ่งใหญ่ขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาลงไปอีกนั่นเอง และ Skype ก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยดึงลูกค้าที่ใช้แชทจาก Facebook กลับมาด้วยการรองรับระบบแชทใน Facebook ด้วย
ประวัติศาสตร์ของ Windows Live Messenger
Windows Live Messenger แต่เดิมนั้นชื่อว่า MSN Messenger ซึ่งเราก็เรียกกันจนติดปากว่า MSN มาจนถึงปัจจุบัน โดย MSN เวอร์ชั่นแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 เดือนกรกฎาคม ปี 1999 หรือ 13 ปีมาแล้ว ในชื่อ MSN Messengerเวอร์ชั่น1.0.(1.0.0863) ซึ่งในขณะนั้นมีแค่ระบบการแชทแบบพื้นๆ เท่านั้น และหน้าตาก็คนละเรื่องกับปัจจุบันเลย หลังจากนั้น Microsoft ก็ปล่อยอัพเดทใหม่ในเวอร์ชั่น 2.0 ออกมาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เพื่อเพิ่มการตั้งค่าของผู้ใช้ให้มากยิ่งขึ้น และให้สามารถติดตั้งใน Windows Me ได้ หลังจากนั้นเวอร์ชั่น 3.0 ก็ถูกเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปี 2000 โดยเพิ่มฟีเจอร์หลักคือการรับส่งไฟล์และเสียงระหว่างผู้ใช้ และให้บริการ VoIP เป็นครั้งแรก
และเมื่อมาถึงเดือนตุลาคม ปี 2011 ที่เข้าสู่ยุคของ Windows XP ทาง Microsoft ก็ฝัง MSN Messenger เวอร์ชั่น 4.6 ไว้ในระบบปฏิบัติการเลย โดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนติดต่อกับผู้ใช้ และระบบการแชทแบบกลุ่ม โดยยังสามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้ตั้งแต่ Windows 95 เลยทีเดียว ซึ่งถือว่า MSN 4.6 เป็นเวอร์ชั่นที่ปฏิวัติวงการแชท และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากเวอร์ชั่นหนึ่ง ก่อน MSN จะถูกปรับปรุงและพัฒนาเรื่อยมาจนถึง MSN Messenger 7.5 ในเดือนสิงหาคมปี 2005 นับเป็นเวลากว่า 6 ปีที่ MSN Messenger เติบโตมาอย่างงดงามเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น